เหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.1 ที่จังหวัดคุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น ได้สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ทั้งอาคาร บ้านเรือน ถนน สะพาน และระบบสาธารณูปโภคในหลายพื้นที่ โดยหนึ่งในจุดที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักคือ AEON Mall ซึ่งได้รับความเสียหายรุนแรงจนโครงสร้างบางส่วนพังถล่ม ส่งผลให้มีผู้ติดค้างอยู่ภายในอาคาร
ภาพจากกล้องหน้ารถบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้
เพจ “กิ๊ฟจังนั่งเล่า” ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอจากกล้องหน้ารถ ซึ่งบันทึกช่วงเวลาที่เกิดเหตุเอาไว้ ขณะรถกำลังขับผ่านบริเวณดังกล่าว หลังเกิดแรงสั่นสะเทือนได้ไม่นาน ได้เกิดแรงระเบิดหรือแรงปะทุภายในตัวอาคาร ส่งผลให้เศษวัสดุกระจายออกมา ก่อนที่โครงสร้างบางส่วนจะพังลงอย่างรวดเร็ว สร้างความตกใจให้กับผู้ที่อยู่ในบริเวณนั้นอย่างมาก
เร่งช่วยเหลือผู้ประสบเหตุและค้นหาผู้สูญหาย
รายงานเบื้องต้นระบุว่า ก่อนที่อาคารจะได้รับความเสียหาย มีประชาชนสามารถอพยพออกจากห้างได้ประมาณ 200 คน ขณะที่ทีมกู้ภัยสามารถช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารออกมาได้แล้ว 4 คน และนำส่งโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษาอย่างปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม ยังมีพนักงานของห้างอีกประมาณ 10–20 คน ที่ยังไม่สามารถติดต่อได้ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเดินหน้าค้นหาอย่างต่อเนื่อง พร้อมระดมกำลังและอุปกรณ์เข้าพื้นที่เพื่อเพิ่มโอกาสในการช่วยเหลือผู้ที่อาจยังติดอยู่ภายในซากอาคาร
จัดตั้งจุดคัดแยกผู้บาดเจ็บตามมาตรฐานสากล
บริเวณลานจอดรถของห้าง เจ้าหน้าที่ได้จัดตั้งพื้นที่คัดแยกผู้บาดเจ็บ (Triage) เพื่อประเมินอาการและจัดลำดับความเร่งด่วนในการรักษา โดยแบ่งผู้ประสบเหตุออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่
- สีแดง : ผู้บาดเจ็บอาการวิกฤต ต้องได้รับการรักษาโดยเร่งด่วนที่สุด
- สีเหลือง : ผู้บาดเจ็บอาการค่อนข้างรุนแรง สามารถรอรับการรักษาได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ
- สีเขียว : ผู้บาดเจ็บเล็กน้อย ยังสามารถเคลื่อนไหวและรอการรักษาได้
- สีดำ : ผู้เสียชีวิต หรือผู้ที่แพทย์ประเมินว่ามีโอกาสรอดชีวิตต่ำมากในสถานการณ์ดังกล่าว
สาเหตุของแรงปะทุยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
จนถึงขณะนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงของแรงระเบิดหรือแรงปะทุที่เกิดขึ้นภายในอาคาร โดยยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ
ทั้งนี้ มีนักวิชาการบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า เหตุการณ์ดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับระบบแก๊ส เนื่องจากมีข้อมูลว่าภายในอาคารติดตั้งระบบผลิตกระแสไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงแก๊ส อย่างไรก็ตาม ข้อสันนิษฐานดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และต้องรอผลสรุปจากเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบอีกครั้ง