หลายคนเลือกดื่มกาแฟดำเพราะเชื่อว่าเป็นเครื่องดื่มที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นและเหมาะกับคนที่ต้องการดูแลสุขภาพ แต่สิ่งที่ควรให้ความสำคัญไม่แพ้ชนิดของกาแฟ คือคุณภาพและการเก็บรักษาของวัตถุดิบ
มีกรณีตัวอย่างจากแพทย์โรคไต นพ.หงหย่งเสียง ซึ่งเล่าถึงชายวัยประมาณ 50 ปีรายหนึ่งที่ดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ และออกกำลังกายเป็นประจำ แต่กลับเกิดอาการหมดสติระหว่างวิ่งออกกำลังกาย ก่อนตรวจพบว่าการทำงานของไตเสื่อมลงอย่างรุนแรงจนอยู่ในระดับไตวายเรื้อรังระยะที่ 5
ดื่มกาแฟดำทุกวัน แต่สิ่งที่น่ากังวลกลับอยู่ที่เมล็ดกาแฟ
จากการซักประวัติเพิ่มเติม แพทย์พบว่าชายรายนี้ซื้อเมล็ดกาแฟจำนวนมากในช่วงที่มีการลดราคา แล้วนำกลับไปเก็บไว้ที่บ้านเป็นเวลานาน เนื่องจากต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อกาแฟสำเร็จรูปหรือกาแฟจากร้าน
เมื่อเวลาผ่านไป เมล็ดกาแฟเริ่มมีลักษณะเปลี่ยนแปลงไป แต่เจ้าตัวยังคงนำมาชงดื่มต่อ เนื่องจากเสียดายของและเข้าใจว่าการใช้น้ำร้อนชงกาแฟน่าจะช่วยลดความเสี่ยงจากเชื้อหรือสิ่งปนเปื้อนได้
ก่อนหน้านั้นเขาเริ่มสังเกตว่าปัสสาวะมีฟองมากผิดปกติและฟองไม่หายไปอย่างรวดเร็ว รวมถึงมีอาการบวมบริเวณข้อเท้า แต่กลับคิดว่าอาการดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับการออกกำลังกาย จึงไม่ได้รีบตรวจสุขภาพ
วัตถุดิบที่ขึ้นราอาจมีความเสี่ยงมากกว่าที่คิด
หนึ่งในข้อสันนิษฐานที่แพทย์นำมาพิจารณาคือการได้รับสารพิษจากเชื้อราบางชนิด โดยเฉพาะ “โอคราท็อกซิน” (Ochratoxin) ซึ่งสามารถพบได้ในวัตถุดิบทางการเกษตรบางประเภทที่ปนเปื้อนเชื้อรา
สารชนิดนี้เป็นประเด็นที่นักวิจัยให้ความสนใจ เนื่องจากมีข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบต่อไต โดยเฉพาะเมื่อได้รับสารในระดับที่เป็นอันตรายหรือได้รับอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน
อย่างไรก็ตาม กรณีของผู้ป่วยรายนี้ไม่ควรถูกตีความว่า “กาแฟดำทำให้ไตวาย” โดยตรง เพราะภาวะไตเสื่อมมีสาเหตุได้หลากหลาย และการระบุสาเหตุจำเป็นต้องอาศัยการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์อย่างละเอียด
ชงด้วยน้ำร้อนไม่ได้หมายความว่าสารปนเปื้อนจะหายไปทั้งหมด
ประเด็นสำคัญที่แพทย์ต้องการเตือนคือ ไม่ควรคิดว่าวัตถุดิบที่เสื่อมคุณภาพหรือมีเชื้อราจะปลอดภัยเพียงเพราะผ่านกระบวนการปรุงหรือชงด้วยความร้อน
สารพิษจากเชื้อราบางชนิดมีความคงตัวต่อความร้อนในระดับหนึ่ง ดังนั้นการนำวัตถุดิบที่ขึ้นราหรือมีสภาพผิดปกติมาผ่านกระบวนการชงหรือปรุงอาหาร ไม่ควรถูกใช้เป็นหลักประกันว่าจะกำจัดสารพิษได้ทั้งหมด
หากพบว่าเมล็ดกาแฟมีเชื้อรา มีกลิ่นผิดปกติ มีความชื้น หรือมีลักษณะเปลี่ยนไปจากเดิม ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าคือไม่ควรนำมาบริโภคต่อ
ทำไมโอคราท็อกซินจึงถูกจับตามองเรื่องผลกระทบต่อไต
ข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับโอคราท็อกซินระบุว่าสารดังกล่าวสามารถส่งผลต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย โดยไตเป็นหนึ่งในอวัยวะที่มีความสำคัญต่อการศึกษาผลกระทบของสารชนิดนี้
กลไกที่มีการศึกษาพบว่าโอคราท็อกซินอาจเกี่ยวข้องกับความเครียดออกซิเดชัน การรบกวนการทำงานของเซลล์ และกระบวนการอักเสบ ซึ่งหากได้รับสารในระดับที่เป็นอันตรายและต่อเนื่อง ก็อาจส่งผลเสียต่อการทำงานของไตได้
นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมที่อบอุ่นและมีความชื้นยังเอื้อต่อการเติบโตของเชื้อราบางชนิด ดังนั้นการเก็บรักษาเมล็ดกาแฟหรือวัตถุดิบอาหารจึงควรทำอย่างเหมาะสมและหลีกเลี่ยงความชื้น
สัญญาณเกี่ยวกับไตที่ไม่ควรมองข้าม
กรณีตัวอย่างดังกล่าวยังสะท้อนให้เห็นว่าโรคไตอาจพัฒนาไปโดยที่ผู้ป่วยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะในช่วงแรกที่อาจไม่มีอาการชัดเจน
หากพบความผิดปกติ เช่น ปัสสาวะมีฟองต่อเนื่อง อาการบวมบริเวณเท้าหรือข้อเท้า ปัสสาวะเปลี่ยนแปลง เหนื่อยง่ายผิดปกติ หรือมีอาการอื่นที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ควรปรึกษาแพทย์และตรวจหาสาเหตุ แทนการสรุปเองว่าเกิดจากการออกกำลังกายหรือพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน
เลือกกาแฟอย่างไรให้ปลอดภัยมากขึ้น
สำหรับคนที่ชอบซื้อเมล็ดกาแฟมาเก็บไว้ชงเอง ควรตรวจสอบสภาพของสินค้าและวันหมดอายุก่อนซื้อ รวมถึงเก็บไว้ในภาชนะที่เหมาะสมและหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีความชื้นสูง
- หลีกเลี่ยงเมล็ดกาแฟที่มีลักษณะขึ้นรา หรือมีสีและกลิ่นผิดปกติ
- ไม่ควรนำวัตถุดิบที่สงสัยว่าปนเปื้อนเชื้อรากลับมาชงหรือรับประทาน
- เก็บเมล็ดกาแฟให้แห้งและเหมาะสมตามคำแนะนำของผู้ผลิต
- ไม่ควรซื้อปริมาณมากเกินกว่าจะบริโภคได้ทัน
- หากมีอาการผิดปกติที่อาจเกี่ยวข้องกับไต ควรเข้ารับการตรวจจากบุคลากรทางการแพทย์
กาแฟไม่ใช่ผู้ร้าย แต่คุณภาพของวัตถุดิบสำคัญมาก
เรื่องนี้ไม่ได้หมายความว่าการดื่มกาแฟดำเป็นสาเหตุโดยตรงของไตวาย เพราะสุขภาพไตได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัย ทั้งโรคประจำตัว ยาบางชนิด พฤติกรรมการใช้ชีวิต พันธุกรรม และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม
สิ่งที่ควรจดจำคือ การเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพและการเก็บรักษาอย่างถูกต้องเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพ หากพบอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีลักษณะผิดปกติ โดยเฉพาะสิ่งที่ขึ้นรา ไม่ควรเสียดายจนฝืนบริโภค เพราะการประหยัดเพียงเล็กน้อยอาจไม่คุ้มกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อสุขภาพ