เปิดข้อมูลจากคนในพื้นที่ ปมที่ดินวัดป่าอดุลยาราม หลังข้อพิพาทกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง - ตุ๊กตุ๊ก

Friday, August 14, 2026

วัดป่าอดุลยารามและพื้นที่โดยรอบ

ประเด็นข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินของ วัดป่าอดุลยาราม จังหวัดขอนแก่น กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังมีการเปิดเผยข้อมูลจากผู้ที่ระบุว่าเติบโตและใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ พร้อมเล่าถึงประวัติของที่ดินและความเกี่ยวข้องกับชุมชนในอดีต

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายไทกร พลสุวรรณ นักวิชาการอิสระ ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว โดยระบุว่าตนพูดในฐานะคนในพื้นที่ขอนแก่น เนื่องจากเกิด เติบโต และใช้ชีวิตอยู่ในจังหวัด รวมถึงมีบ้านพักอยู่ไม่ไกลจากวัดแห่งนี้

ย้อนดูที่มาที่ไปของที่ดินกว่า 20 ไร่

ประเด็นสำคัญของข้อพิพาทเกี่ยวข้องกับที่ดินประมาณ 21 ไร่ ซึ่งอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยขอนแก่น ทำให้พื้นที่ดังกล่าวมีมูลค่าสูงตามการขยายตัวของชุมชนและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในบริเวณใกล้เคียง

ข้อพิพาทมีความเกี่ยวข้องกับฝ่ายทายาทของเจ้าของที่ดินเดิมและวัดป่าอดุลยาราม โดยเรื่องดังกล่าวผ่านกระบวนการทางกฎหมายมาเป็นเวลานาน และมีการกล่าวถึงคำตัดสินของศาลฎีกาในคดีที่เกี่ยวข้อง

บรรยากาศชุมชนใกล้วัดป่าอดุลยาราม

นายไทกรระบุว่า ตนอยู่ในพื้นที่มาตั้งแต่ปี 2512 จึงได้รับรู้เรื่องราวของชุมชนมาเป็นเวลาหลายสิบปี จากสิ่งที่พบเห็น พื้นที่ดังกล่าวเคยถูกนำมาใช้เพื่อกิจกรรมทางศาสนา ก่อนจะค่อย ๆ พัฒนาจากพื้นที่ป่าช้าไปเป็นที่พักสงฆ์ สำนักสงฆ์ และต่อมาได้รับการยกฐานะเป็นวัด

ความทรงจำเกี่ยวกับ “ตาเฮียง” และเรื่องที่คนในพื้นที่รับรู้

เจ้าตัวยังเล่าถึงความทรงจำในวัยเด็กว่า ช่วงประมาณปี 2513-2515 เคยเดินทางไปดูโทรทัศน์ที่บ้านของ “ตาเฮียง” เนื่องจากในเวลานั้นบ้านดังกล่าวมีโทรทัศน์ซึ่งถือว่าเป็นของหาดูได้ยากในละแวกนั้น โดยผู้ที่ต้องการเข้าไปชมรายการจะต้องจ่ายเงินให้ภรรยาของตาเฮียง

รายการที่เด็ก ๆ สนใจในเวลานั้น รวมถึง “ไอ้มดแดง” ซึ่งออกอากาศในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม นายไทกรกล่าวว่า จากประสบการณ์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่มานาน ไม่เคยรู้จัก “ป้าดา” ว่าเป็นญาติฝ่ายใดของตาเฮียง

พื้นที่วัดและชุมชนในจังหวัดขอนแก่น

จากพื้นที่ชุมชนสู่สถานที่ประกอบศาสนกิจ

ในมุมมองของคนในชุมชน ที่ดินดังกล่าวถูกใช้ประโยชน์เกี่ยวกับกิจกรรมทางศาสนามาเป็นเวลานาน ก่อนจะผ่านขั้นตอนของหน่วยงานราชการเพื่อเปลี่ยนสถานะตามลำดับ

นอกจากนี้ พื้นที่แห่งนี้ยังเคยมีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในชุมชน โดยในอดีตเคยใช้เป็นสถานที่ฝังศพเด็กนักเรียนที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ และชาวบ้านรวมถึงผู้นำชุมชนได้ร่วมกันจัดพิธีตามประเพณี

แม้จะมีข้อสังเกตว่าช่วงเวลาที่มีการมอบที่ดินนั้น สถานะของพื้นที่อาจยังไม่ได้เป็นวัดอย่างสมบูรณ์ตามขั้นตอนของทางราชการ แต่ฝ่ายที่ออกมาให้ข้อมูลมองว่า การใช้พื้นที่เพื่อกิจการสงฆ์มีมาก่อนแล้ว เพียงแต่กระบวนการรับรองสถานะอย่างเป็นทางการต้องใช้เวลา

การยกฐานะเป็นวัดและชื่อ “วัดป่าอดุลยาราม”

สำหรับเรื่องการยกฐานะเป็นวัด นายไทกรเล่าว่า บิดาของตนซึ่งเคยทำหน้าที่เป็นกรรมการวัด รวมถึงคณะกรรมการคนอื่น ๆ เคยเดินทางไปขอความเมตตาจากเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่นที่วัดศรีจันทร์ ก่อนจะได้รับชื่อ “วัดป่าอดุลยาราม” และใช้ชื่อนี้ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

วัดป่าในจังหวัดขอนแก่น

ประเด็นกรรมสิทธิ์ต้องพิจารณาจากหลักฐาน

ในส่วนของข้อกฎหมาย นายไทกรให้ความเห็นว่า หากมีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าการถวายที่ดินเพื่อประโยชน์ของวัดได้เสร็จสมบูรณ์มาตั้งแต่อดีต สถานะของที่ดินก็จำเป็นต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม การพิสูจน์สิทธิในทรัพย์สินที่ยังเป็นข้อพิพาทควรดำเนินการผ่านกระบวนการยุติธรรม โดยผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีสิทธินำเอกสาร พยาน และข้อเท็จจริงเข้าสู่กระบวนการพิจารณาเพื่อยืนยันสิทธิของตน

ดังนั้น จึงไม่ควรตัดสินข้อเท็จจริงจากข้อมูลของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงด้านเดียว เพราะท้ายที่สุดแล้ว การวินิจฉัยกรรมสิทธิ์จำเป็นต้องอาศัยหลักฐานและข้อกฎหมายประกอบกัน

เตือนเรื่องการปิดทางเข้าออกและการรื้อสิ่งปลูกสร้าง

อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงคือการนำท่อปูนมาวางกีดขวางทางเข้าออก รวมถึงกรณีที่มีการกล่าวถึงการรื้อกำแพงวัด โดยนายไทกรเตือนว่า การกระทำใด ๆ ที่กระทบต่อทรัพย์สินหรือสิทธิในการใช้พื้นที่ อาจทำให้เกิดข้อพิพาททางกฎหมายเพิ่มเติม

บรรยากาศบริเวณโดยรอบวัด

แนวทางที่เหมาะสมจึงควรให้ทุกฝ่ายใช้ช่องทางตามกฎหมายในการพิสูจน์สิทธิ แทนการเผชิญหน้าหรือดำเนินการด้วยตนเอง ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์บานปลายมากกว่าเดิม

คนในชุมชนมองเรื่องนี้อย่างไร?

จากมุมมองของนายไทกร ชาวบ้านจำนวนไม่น้อยยังจดจำ “คุณพ่อเฮียง” ในฐานะผู้ที่สละที่ดินกว่า 20 ไร่ เพื่อประโยชน์ของชุมชนและกิจกรรมทางศาสนา โดยพื้นที่ดังกล่าวค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงจากป่าช้าไปเป็นที่พักสงฆ์ สำนักสงฆ์ และวัดในเวลาต่อมา

เรื่องราวดังกล่าวจึงถือเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่คนในชุมชนบางส่วนรับรู้และบอกเล่าต่อกันมาเป็นเวลานาน

บรรยากาศบริเวณโดยรอบวัด

มูลค่าที่ดินเพิ่มขึ้น ทำให้ข้อพิพาทได้รับความสนใจ

อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เรื่องนี้ถูกจับตามองมากขึ้น คือมูลค่าของที่ดินในบริเวณใกล้เคียงซึ่งเพิ่มสูงขึ้นตามการพัฒนาของพื้นที่ โดยเฉพาะทำเลใกล้มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ปัจจุบันบริเวณโดยรอบมีทั้งอพาร์ตเมนต์ หอพัก และกิจการเชิงพาณิชย์จำนวนมาก นายไทกรระบุว่าที่ดินข้างเคียงบางส่วนมีการซื้อขายกันในระดับประมาณ 40 ล้านบาทต่อไร่ จึงทำให้ที่ดินพิพาทซึ่งมีขนาดมากกว่า 20 ไร่ถูกประเมินว่ามีมูลค่ารวมสูงมาก และอาจแตะระดับหลายพันล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินตามข้อมูลที่มีการกล่าวถึง ไม่ใช่ข้อสรุปถึงราคาหรือมูลค่าทรัพย์สินที่ศาลรับรอง

ข้อพิพาทยังต้องยึดหลักฐานและกระบวนการยุติธรรม

ท้ายที่สุด การตัดสินว่าที่ดินดังกล่าวมีสถานะหรือกรรมสิทธิ์เป็นอย่างไร จำเป็นต้องพิจารณาจากเอกสาร พยานหลักฐาน และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากมีข้อโต้แย้งว่าที่ดินถูกถวายให้วัดหรือไม่ ก็ควรปล่อยให้กระบวนการศาลเป็นผู้วินิจฉัยตามข้อเท็จจริง

ขณะเดียวกัน ทุกฝ่ายควรหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งเพิ่มเติม และใช้ช่องทางตามกฎหมายในการรักษาสิทธิของตน เพื่อให้ข้อพิพาทที่ดำเนินมายาวนานสามารถหาข้อยุติได้อย่างเหมาะสมและเป็นธรรม