รู้แล้วใครเป็นคนแฉ “ทิดโชติ” เปิดจุดเริ่มต้นปมร้อน สุดท้ายถูกกระชากจีวรจนดิ้นไม่หลุด - ตุ๊กตุ๊ก

Friday, September 11, 2026

ทิดโชติและความคืบหน้าคดี

รู้แล้วใครเป็นคนแฉ “ทิดโชติ” เปิดปมจากจุดเริ่มต้น ก่อน CIB ขยายผลพบเส้นเงินวัดแตะ 100 ล้าน

ความคืบหน้าคดีของ “ทิดโชติ” อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจ หลังมีการเปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นของการสืบสวนว่า เกิดจากกลุ่มลูกศิษย์ที่ตัดสินใจนำข้อมูลและหลักฐานบางส่วนเข้าร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง หรือ CIB

หนึ่งในหลักฐานสำคัญที่ถูกส่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคือคลิปที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมซึ่งอาจเข้าข่ายผิดวินัยสงฆ์ จากนั้นตำรวจจึงเริ่มตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด และใช้เวลาสืบสวนต่อเนื่องประมาณ 2 เดือน ก่อนพบประเด็นอื่นที่มีความซับซ้อนมากขึ้น

ตำรวจสอบสวนกลางตรวจสอบหลักฐานในคดี

จุดเริ่มต้นของการร้องเรียนมาจากลูกศิษย์

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับคดีผ่านรายการ “โหนกระแส” โดยระบุว่า จุดเริ่มต้นมาจากลูกศิษย์ของสมีโชติที่เข้ามาร้องเรียน พร้อมมอบคลิปและข้อมูลบางส่วนให้ตำรวจตรวจสอบ

หลังได้รับข้อมูล เจ้าหน้าที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการตรวจสอบคลิปดังกล่าว แต่ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม รวมถึงตรวจสอบความเชื่อมโยงต่าง ๆ จนนำไปสู่การขยายผลในประเด็นเกี่ยวกับทรัพย์สินและการเงินของวัด

การสืบสวนที่ดำเนินต่อเนื่องประมาณ 2 เดือน จึงทำให้เจ้าหน้าที่พบว่า คดีอาจไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะเรื่องพฤติกรรมผิดวินัยสงฆ์เท่านั้น แต่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการจัดการเงินของวัดที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม

การตรวจสอบเส้นทางการเงินของวัด

ข้อมูลของ “สีกาเอ๋” ที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบ

อีกบุคคลหนึ่งที่ปรากฏอยู่ในแนวทางการสืบสวนคือ “สีกาเอ๋” โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า เจ้าตัวรู้จักกับสมีโชติมาตั้งแต่ปี 2567 หรือประมาณ 2 ปีก่อน

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สินบางส่วนที่ไปอยู่กับฝ่ายหญิง ทำให้ตำรวจต้องตรวจสอบที่มาและความเกี่ยวข้องของทรัพย์สินดังกล่าวอย่างละเอียด เพื่อพิจารณาว่ามีความเชื่อมโยงกับคดีหรือไม่

ต่อมาในวันที่ 8 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลางได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดี ก่อนเดินหน้าตรวจสอบข้อมูลส่วนอื่นอย่างต่อเนื่อง

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสถานที่และรวบรวมพยานหลักฐาน

เข้าตรวจค้นวัด พบประเด็นสำคัญเรื่องเงิน

วันที่ 10 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นวัดพุทไธศวรรย์เพื่อรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม โดยหนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือการตรวจสอบเส้นทางการเงินของวัด

ข้อมูลเบื้องต้นจากการตรวจสอบพบข้อสงสัยเกี่ยวกับเงินที่ได้จากการจำหน่ายวัตถุมงคล โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า เงินดังกล่าวไม่ได้ถูกนำเข้าบัญชีของวัดทั้งหมด แต่มีบางส่วนถูกโอนไปยังบัญชีส่วนตัว

จากแนวทางการตรวจสอบในขณะนี้ เจ้าหน้าที่ประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นไว้ประมาณ 100 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังเป็นข้อมูลจากการสืบสวนในระยะต้น และรายละเอียดทั้งหมดจำเป็นต้องผ่านการตรวจสอบเพิ่มเติม

พบข้อมูลเกี่ยวกับการจัดตั้งมูลนิธิ

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า แนวทางการสืบสวนยังพบข้อมูลเกี่ยวกับการจัดตั้งมูลนิธิ ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายเงินเข้าสู่บัญชีส่วนตัวหรือไม่

ลักษณะการดำเนินการบางส่วนถูกนำไปเปรียบเทียบกับกรณีที่เคยเกิดขึ้นกับวัดพระบาทน้ำพุ โดยมีประเด็นเกี่ยวกับการออกใบอนุโมทนบัตรในชื่อวัด ขณะที่เงินบางส่วนถูกนำไปยังบัญชีส่วนตัว

เอกสารและข้อมูลทางการเงินที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

อย่างไรก็ตาม มูลนิธิดังกล่าวเพิ่งจัดตั้งขึ้นได้ไม่นาน และตำรวจยังอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียด ทั้งที่มาของเงิน เส้นทางการโอน รวมถึงบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจนมากที่สุด

พบผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกหลายราย

นอกจากบุคคลที่ถูกกล่าวถึงในคดีแล้ว เจ้าหน้าที่ยังพบข้อมูลของบุคคลอื่นที่อาจมีความเชื่อมโยงอีกประมาณ 2-3 คน โดยยังต้องรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมก่อนจะสามารถระบุบทบาทหรือความเกี่ยวข้องของแต่ละคนได้อย่างชัดเจน

ขณะเดียวกัน มีข้อมูลจากแนวทางการสืบสวนว่ามีผู้หญิงมากกว่า 1 คนที่อาจเกี่ยวข้องกับคดี แต่ประเด็นดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบและขยายผลของเจ้าหน้าที่

เจ้าหน้าที่ขยายผลและตรวจสอบผู้ที่อาจเกี่ยวข้องกับคดี

จากคลิปลูกศิษย์ สู่คดีตรวจสอบเงินวัด

หากย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของเรื่องราว จะพบว่าข้อมูลจากลูกศิษย์เมื่อประมาณ 2 เดือนก่อนเป็นหนึ่งในจุดสำคัญที่ทำให้ตำรวจเริ่มต้นการสืบสวนอย่างจริงจัง

จากการตรวจสอบหลักฐานที่ได้รับ เจ้าหน้าที่ได้ขยายประเด็นจากเรื่องพฤติกรรมส่วนบุคคลไปสู่การตรวจสอบทรัพย์สินและเส้นทางการเงิน จนพบข้อมูลที่ทำให้ต้องดำเนินการตรวจค้นและรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม

เบื้องต้นมีการประเมินความเสียหายเกี่ยวกับทรัพย์สินของวัดไว้ประมาณ 100 ล้านบาท ขณะที่ประเด็นอื่น ๆ ทั้งเรื่องเส้นทางเงิน มูลนิธิ ทรัพย์สิน และบุคคลที่อาจเกี่ยวข้อง ยังคงอยู่ระหว่างการขยายผล

ดังนั้น รายละเอียดของคดีอาจมีความคืบหน้าเพิ่มเติมหลังจากนี้ โดยต้องติดตามผลการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่และกระบวนการทางกฎหมายต่อไป เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏอย่างครบถ้วนและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย