สะเทือนวงการ! สาว อบต. ไม่เข้าตาปลัดใหม่ โดนบีบสารพัด บังคับให้ลาออก สุดช้ำทำมานานกว่า 14 ปี ไม่เคยมีปัญหา - ตุ๊กตุ๊ก

Wednesday, October 21, 2026

สาว อบต. ร้องขอความเป็นธรรม หลังทำงานมานานกว่า 14 ปี

วันที่ 20 ตุลาคม 2569 น.ส.สุรินธิดา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี ลูกจ้างภารกิจ ตำแหน่งผู้ช่วยนักประชาสัมพันธ์ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) พรสำราญ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ เดินทางเข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อศูนย์ดำรงธรรม ศูนย์ราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของปลัด อบต. รายหนึ่ง ว่าการบริหารงานเป็นไปตามระเบียบและมีความเป็นธรรมหรือไม่

น.ส.สุรินธิดา เล่าด้วยความรู้สึกเสียใจว่า ตนเองทำงานในตำแหน่งลูกจ้างภารกิจที่ อบต.พรสำราญมานานกว่า 14 ปี โดยที่ผ่านมาได้รับคำชื่นชมจากหัวหน้าฝ่ายและผู้บังคับบัญชาเกี่ยวกับการทำงานมาโดยตลอด และไม่เคยมีปัญหาในการปฏิบัติหน้าที่มาก่อน

ต่อมาหลังจากมีการเลือกตั้งนายกและสมาชิก อบต. เมื่อเดือนมกราคม 2569 ได้มีปลัด อบต. คนใหม่ ซึ่งเป็นปลัดหนุ่มจากต่างจังหวัดเข้ามารับตำแหน่ง ตนเองยังคงทำงานตามปกติในช่วงแรก และไม่ได้มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น

เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลกำลังปฏิบัติงาน

กระทั่งช่วงหนึ่ง ตนได้รับมอบหมายให้ช่วยรับผิดชอบงานธุรการสภาเพิ่มเติม ทำให้มีภาระงานเพิ่มขึ้นและยอมรับว่าบางช่วงไม่สามารถจัดการงานทั้งหมดได้ทัน จึงนำระบบ AI เข้ามาช่วยในการทำงาน โดยมีค่าใช้บริการประมาณเดือนละ 750 บาท ซึ่งในระยะแรกตนเป็นผู้สำรองจ่ายค่าใช้บริการดังกล่าวด้วยตัวเอง

ต่อมาเมื่อตนได้พูดคุยกับปลัด อบต. คนใหม่เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น กลับทำให้เกิดความไม่พอใจ และหลังจากนั้นมีการเรียกตนเข้าไปพูดคุยและตำหนิเรื่องการทำงานหลายครั้ง แม้ตนจะยอมรับฟังและพยายามปรับปรุงการทำงานตามคำแนะนำ แต่สถานการณ์กลับไม่ดีขึ้น

น.ส.สุรินธิดา อ้างว่า ปลัด อบต. ได้พยายามหารือกับนายก อบต. เกี่ยวกับการประเมินผลการปฏิบัติงานของตน โดยเกรงว่าจะไม่ผ่านการประเมิน ซึ่งหากไม่ผ่านตามหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้อง อาจส่งผลต่อการจ้างงานของตน

ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดบุรีรัมย์

เรื่องดังกล่าวต่อมาทราบถึงนายศักดิ์ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ ซึ่งได้ประสานไปยังนายก อบต. เพื่อขอให้พิจารณาและให้ความเป็นธรรมแก่ลูกจ้าง โดยให้เหตุผลว่าผู้ร้องยังมีภาระต้องดูแลครอบครัวและบุตร

อย่างไรก็ตาม น.ส.สุรินธิดา ระบุว่า หลังจากปลัด อบต. ทราบเรื่องการประสานงานดังกล่าว กลับมีท่าทีไม่พอใจมากขึ้น และมีการฝากข้อความผ่านเจ้าหน้าที่ในลักษณะที่ทำให้ตนรู้สึกหวาดกังวลเกี่ยวกับตำแหน่งงานของตัวเอง

เจ้าตัวยอมรับว่ารู้สึกตกใจและกังวลเป็นอย่างมาก เพราะมีลูกที่ต้องดูแลและส่งเสียถึง 2 คน หากต้องสูญเสียงานที่ทำมานานกว่า 14 ปี ย่อมส่งผลกระทบต่อชีวิตและครอบครัวอย่างมาก

บรรยากาศการทำงานของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น

น.ส.สุรินธิดา ยังเล่าว่า หลังจากนั้นปลัด อบต. ได้ดำเนินการให้หัวหน้าฝ่ายต่าง ๆ ประเมินผลการทำงานของตน โดยผลที่ได้รับอยู่ในระดับ “พอใช้” ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตนเคยได้รับคำชื่นชมเกี่ยวกับการทำงานมาอย่างต่อเนื่อง

เจ้าตัวกล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 14 ปีที่ทำงานกับ อบต. แห่งนี้ ไม่เคยมีปัญหารุนแรงหรือมีเรื่องร้องเรียนในลักษณะดังกล่าวมาก่อน จึงรู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลังมีผู้บริหารคนใหม่เข้ามารับตำแหน่ง เป็นเรื่องที่ตนไม่สามารถมองข้ามได้

จนถึงขณะนี้ น.ส.สุรินธิดา กล่าวว่า ตัดสินใจเดินทางมาร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ เพราะต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและกระบวนการประเมินการทำงานอย่างเป็นธรรม

ทั้งนี้ เจ้าตัวยืนยันว่า การออกมาร้องเรียนครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความโกรธแค้นหรือต้องการทำร้ายผู้ใด แต่ต้องการเพียงความเป็นธรรมและต้องการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรม

เรื่องราวดังกล่าวยังคงต้องติดตามว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและมีแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างไรต่อไป

บรรยากาศการทำงานของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น

ผู้สื่อข่าวจังหวัดบุรีรัมย์ รายงาน