เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 มีรายงานจากศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ว่า นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ลงนามในประกาศวินิจฉัยให้สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือ สจ. จำนวน 2 ราย ได้แก่ นายปฐนัญ จันดอน สจ.อำเภอฆ้องชัย และนายปฐมพงศ์ ภูเต้าเงิน สจ.อำเภอยางตลาด เขตเลือกตั้งที่ 4 พ้นจากสมาชิกภาพ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป
สาเหตุสำคัญตามคำวินิจฉัยมาจากการขาดประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ติดต่อกัน 5 ครั้ง โดยมีการตรวจสอบเรื่องการยื่นใบลาและการเดินทางออกนอกประเทศประกอบการพิจารณา
ขาดประชุมสภาติดต่อกัน 5 ครั้ง
เรื่องดังกล่าวเริ่มต้นจากประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์รายงานกรณีสมาชิกสภาทั้งสองรายขาดประชุมสภาสมัยสามัญ สมัยที่ 1 ประจำปี 2569 ต่อเนื่องกัน 5 ครั้ง ได้แก่
- วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569
- วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569
- วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569
- วันที่ 4 มีนาคม 2569
- วันที่ 10 มีนาคม 2569
กรณีดังกล่าวถูกนำมาพิจารณาตามมาตรา 11 (4) แห่งพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 ซึ่งกำหนดเหตุสิ้นสุดสมาชิกภาพในกรณีขาดประชุมสามครั้งติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร ผู้ว่าราชการจังหวัดจึงแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงก่อนมีคำวินิจฉัย
ผลสอบพบยื่นลากิจ แต่ไม่ได้รับอนุญาต
จากผลการสอบสวนตามรายงาน ทั้งสองรายยื่นใบลากิจส่วนตัวในช่วงวันที่ 1–28 กุมภาพันธ์ 2569 โดยอ้างว่าต้องไปดำเนินภารกิจส่วนตัว แต่ประธานสภาไม่ได้อนุญาตให้ลา นอกจากนี้ ยังมีการยื่นขอเดินทางไปต่างประเทศในช่วงเวลาดังกล่าว โดยข้อมูลในรายงานระบุว่าเอกสารคำขอไม่ได้แสดงเหตุผลและความจำเป็นตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้อย่างครบถ้วน
ข้อมูลจากหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองที่ถูกนำมาประกอบการสอบสวนระบุว่า นายปฐนัญเดินทางออกนอกประเทศผ่านจังหวัดหนองคายเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 ส่วนนายปฐมพงศ์เดินทางไปยัง สปป.ลาว เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ก่อนที่ทั้งสองจะเดินทางกลับเข้าประเทศไทยพร้อมกันผ่านท่าอากาศยานดอนเมือง เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569
ผู้ว่าฯ ระบุเหตุผลเรื่องหมายจับไม่สอดคล้องกับช่วงเวลาประชุม
ตามรายละเอียดในคำวินิจฉัย มีการกล่าวถึงคำชี้แจงของสมาชิกสภาทั้งสองรายที่อ้างว่ามีหมายจับ จึงไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าราชการจังหวัดระบุว่า เหตุการณ์เกี่ยวกับการจับกุมที่อ้างถึงเกิดขึ้นในวันที่ 19 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นเวลาหลังจากการประชุมทั้ง 5 ครั้งที่เป็นประเด็น และในช่วงดังกล่าวทั้งสองรายยังอยู่ต่างประเทศตามข้อมูลที่นำมาประกอบการพิจารณา
คำวินิจฉัยจึงพิจารณาถึงการขาดประชุม การไม่ได้รับอนุญาตให้ลา และข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเดินทางตามที่ปรากฏในผลสอบสวน โดยเห็นว่าเข้าข่ายสิ้นสุดสมาชิกภาพตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ยังมีสิทธิยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง
ท้ายประกาศระบุว่า ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยสามารถยื่นฟ้องต่อศาลปกครองที่มีเขตอำนาจ หรือส่งคำฟ้องทางไปรษณีย์ลงทะเบียนได้ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งหรือรับทราบคำวินิจฉัย ตามมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542
ขั้นตอนดังกล่าวเปิดโอกาสให้ผู้ได้รับผลกระทบใช้สิทธิตามกระบวนการยุติธรรมทางปกครอง หากเห็นว่าคำวินิจฉัยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือมีข้อเท็จจริงที่ควรได้รับการพิจารณาเพิ่มเติม
กรณีนี้เกี่ยวข้องกับข่าวคดี สจ.888 อย่างไร?
ข่าวการพ้นจากสมาชิกภาพของ สจ. ทั้งสองรายยังถูกกล่าวถึงร่วมกับกรณีที่สื่อเรียกว่า “สจ.888” ซึ่งมีรายงานเกี่ยวกับการสอบสวนเครือข่ายที่ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์และการฟอกเงิน รวมถึงเว็บไซต์หวยออนไลน์ที่ถูกกล่าวถึงในข่าวก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตาม ประเด็นการพ้นจากสมาชิกภาพในข่าวนี้มีเหตุโดยตรงตามคำวินิจฉัยเรื่องการขาดประชุมและการลา ส่วนข้อกล่าวหาหรือข้อสงสัยในคดีอาญาที่เกี่ยวข้องเป็นอีกกระบวนการหนึ่ง ซึ่งต้องพิจารณาตามพยานหลักฐานและขั้นตอนทางกฎหมาย ไม่ควรถือว่าการพ้นจากตำแหน่งเป็นคำพิพากษาว่าบุคคลใดมีความผิดในคดีอาญา
สรุป
ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์มีคำวินิจฉัยให้สมาชิกสภา อบจ. 2 รายพ้นจากสมาชิกภาพ โดยให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2569 ตามรายละเอียดในประกาศ หลังการสอบสวนกรณีขาดประชุมติดต่อกัน 5 ครั้งและการยื่นลาโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ ผู้ได้รับผลกระทบยังสามารถใช้สิทธิยื่นฟ้องต่อศาลปกครองภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดได้
ที่มาข่าว: แนวหน้า และ สยามรัฐ
หมายเหตุ: บทความนี้เรียบเรียงจากรายงานข่าวที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 ควรตรวจสอบประกาศฉบับเต็มและความคืบหน้าทางกฎหมายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง