วันที่ 15 ตุลาคม 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาเผยแพร่พยากรณ์อากาศในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า โดยระบุว่า ภาคเหนือ ด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรเฝ้าระวังฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันหรือน้ำป่าไหลหลากได้
พื้นที่ที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ บริเวณลาดเชิงเขา พื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งอาจได้รับผลกระทบหากมีฝนตกต่อเนื่องหรือมีปริมาณฝนสะสมสูง
สาเหตุที่ประเทศไทยยังมีฝนตกหลายพื้นที่
สภาพอากาศดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนปกคลุมภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และทะเลจีนใต้ ขณะเดียวกัน ลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดพาความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทย ส่งผลให้หลายพื้นที่ยังมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง
เตือนชาวเรือ ระวังคลื่นสูงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
สำหรับทะเลอันดามันและอ่าวไทย บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองอาจมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรตรวจสอบสภาพอากาศและเส้นทางเดินเรือก่อนออกจากฝั่ง พร้อมเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
พยากรณ์อากาศรายภาค ตั้งแต่เวลา 06.00 น. วันนี้ ถึง 06.00 น. วันพรุ่งนี้
ภาคเหนือ
มีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักกับลมกระโชกแรงบางแห่ง โดยเฉพาะจังหวัดตาก กำแพงเพชร และเพชรบูรณ์
- อุณหภูมิต่ำสุด 21–25 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 33–36 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออก ความเร็ว 10–20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
มีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 30 ของพื้นที่ และอาจมีลมกระโชกแรงบางแห่ง โดยส่วนใหญ่บริเวณจังหวัดเลย ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
- อุณหภูมิต่ำสุด 22–25 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 31–35 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออก ความเร็ว 10–25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ภาคกลาง
มีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี และราชบุรี
- อุณหภูมิต่ำสุด 23–25 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 32–34 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10–20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ภาคตะวันออก
มีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
- อุณหภูมิต่ำสุด 24–26 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 31–35 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10–30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ฝั่งตะวันออก
มีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะจังหวัดเพชรบุรี สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ยะลา และนราธิวาส
- อุณหภูมิต่ำสุด 22–25 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 30–35 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15–30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร และอาจสูงมากกว่า 2 เมตรบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
ภาคใต้ฝั่งตะวันตก
มีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะจังหวัดระนอง พังงา และสตูล
- อุณหภูมิต่ำสุด 23–26 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 31–35 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออก ความเร็ว 15–30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร และอาจสูงมากกว่า 2 เมตรบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
มีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 60 ของพื้นที่
- อุณหภูมิต่ำสุด 25–27 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 33–35 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10–20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ข้อแนะนำสำหรับประชาชน
ประชาชนในพื้นที่ที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักควรติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง ระวังการเดินทางผ่านถนนที่มีน้ำท่วมขัง และหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะบริเวณเชิงเขาและใกล้ทางน้ำ หากเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ควรหลบอยู่ในอาคารที่ปลอดภัยและหลีกเลี่ยงพื้นที่โล่งแจ้ง
หมายเหตุ: ข้อมูลในบทความนี้เรียบเรียงจากรายละเอียดพยากรณ์อากาศที่ได้รับ ควรตรวจสอบประกาศฉบับล่าสุดจากกรมอุตุนิยมวิทยาเพื่อรับข้อมูลที่เป็นปัจจุบันและตรงกับพื้นที่ของท่าน