เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาเผยแพร่พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า โดยระบุว่า ภาคใต้ยังมีฝนตกหนักบางแห่ง ขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีฝนน้อยลง แต่ยังต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักในบางพื้นที่ทางด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก
ประชาชนในบริเวณที่มีฝนตกหนักควรระวังฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน ตลอดจนพื้นที่ลุ่มและพื้นที่ลุ่มต่ำที่อาจเกิดน้ำท่วมขังได้
สาเหตุที่ทำให้หลายพื้นที่ยังมีฝนตก
กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นยังปกคลุมภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ขณะเดียวกันลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมพื้นที่ด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก
นอกจากนี้ ร่องมรสุมยังพาดผ่านอ่าวไทยและภาคใต้ ส่งผลให้พื้นที่ภาคใต้มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักบางแห่งมากกว่าหลายพื้นที่ของประเทศไทยตอนบน
เปิดรายชื่อจังหวัดที่ควรเฝ้าระวังฝน
ภาคเหนือ
มีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และตาก
อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
มีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 10 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดบึงกาฬ นครพนม อำนาจเจริญ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ภาคกลาง
มีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ภาคตะวันออก
มีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 20 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดจันทบุรีและตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ฝั่งตะวันออก
มีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ยะลา และนราธิวาส
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ฝั่งตะวันตก
มีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
มีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
เตือนระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก
ประชาชนที่อาศัยในบริเวณลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำ ควรติดตามปริมาณฝนและระดับน้ำอย่างใกล้ชิด หากฝนตกต่อเนื่องเป็นเวลานาน ควรเตรียมพร้อมรับมือกับน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก
หากเกิดฝนฟ้าคะนอง ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มั่นคง เพื่อป้องกันอันตรายจากลมกระโชกแรงและฟ้าผ่า
ชาวเรือควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกจากฝั่ง
บริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย หากมีฝนฟ้าคะนอง คลื่นอาจสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือจึงควรตรวจสอบสภาพอากาศและเส้นทางเดินเรือก่อนออกจากฝั่ง พร้อมหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองและคลื่นลมแรง
ทั้งนี้ ปริมาณฝนที่ระบุเป็นการคาดการณ์รายภาค ไม่ได้หมายความว่าทุกจังหวัดในภูมิภาคจะมีฝนตกหนักเหมือนกัน ประชาชนควรตรวจสอบประกาศล่าสุดและพยากรณ์อากาศเฉพาะพื้นที่ประกอบด้วย
สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา www.tmd.go.th เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์อากาศที่อาจเปลี่ยนแปลงได้
หมายเหตุ: บทความนี้สรุปจากพยากรณ์อากาศประจำวันที่ 9 ตุลาคม 2569 เวลา 05.00 น. ควรติดตามข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง