ยิ่งตกใจ! กู้ภัยเผยเอง จำนวนเงินที่เบนซ์จ้าง มาหิ้วแม่ไปศูนย์ฯ - ตุ๊กตุ๊ก

Friday, October 9, 2026

เจ้าหน้าที่กู้ภัยชี้แจงกรณีแม่ภัทรในรายการโหนกระแส

ความคืบหน้ากรณี แม่ภัทร ซึ่งก่อนหน้านี้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อประมาณ 2 ปีก่อน โดยระบุว่าถูกชายกลุ่มหนึ่งเข้าควบคุมตัวและนำขึ้นรถไปยังศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่ง ล่าสุด นายธีระพงศ์ หนึ่งในอาสากู้ภัยที่อยู่ในเหตุการณ์ ได้โฟนอินเข้ารายการ โหนกระแส เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและตอบคำถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม

นายธีระพงศ์เล่าว่า ในวันเกิดเหตุได้รับการประสานจากเบนซ์ ลูกชายของแม่ภัทร ให้เดินทางไปรับตัวแม่ โดยได้รับแจ้งว่าแม่มีอาการคลุ้มคลั่ง อาละวาด และมีพฤติกรรมทำร้ายตัวเอง รวมถึงคนในครอบครัว โดยอ้างว่าต้องการนำตัวไปรับการรักษา

เปิดเผยค่าจ้าง 15,000 บาท

ประเด็นที่ได้รับความสนใจระหว่างการพูดคุยในรายการ คือจำนวนเงินที่ใช้ในการว่าจ้างให้ไปรับตัวแม่ภัทร โดยนายธีระพงศ์ระบุว่าได้รับเงินจำนวน 15,000 บาท จากเบนซ์ ลูกชายของแม่ภัทร เพื่อดำเนินการตามที่ได้รับการประสาน พร้อมระบุว่าปลายทางที่ครอบครัวแจ้งไว้คือศูนย์ดูแลผู้สูงอายุโสธรชัย

ข้อมูลเรื่องค่าจ้างดังกล่าวเป็นคำชี้แจงจากนายธีระพงศ์ระหว่างการให้สัมภาษณ์ในรายการ และเป็นหนึ่งในประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่แม่ภัทรระบุว่าตนเองถูกนำตัวออกจากบ้านโดยไม่สมัครใจ

ยอมรับมีการมัดตัว อ้างเพื่อควบคุมสถานการณ์

สำหรับวิธีการนำตัวแม่ภัทรออกจากบ้าน นายธีระพงศ์ยอมรับว่า มีการมัดมือและมัดขาจริง โดยอธิบายว่าในขณะนั้นแม่ภัทรมีอาการโวยวาย ต่อสู้ และพยายามทำร้ายเจ้าหน้าที่ จึงอ้างว่าจำเป็นต้องควบคุมสถานการณ์ พร้อมยืนยันว่าเจตนาคือการนำตัวไปรับการรักษา ไม่ใช่การทำร้ายร่างกาย

ระหว่างรายการ นายเอกภพจากเพจสายไหมต้องรอดได้ตั้งคำถามถึงอำนาจของเจ้าหน้าที่ในการเข้าไปควบคุมตัวบุคคลและนำออกจากบ้าน โดยเฉพาะประเด็นที่ยังไม่มีการยืนยันอย่างชัดเจนว่าแม่ภัทรเป็นผู้ป่วยจิตเวช หรือมีเอกสารรับรองทางการแพทย์ประกอบการดำเนินการหรือไม่

นายธีระพงศ์ชี้แจงว่าได้รับการประสานจากลูกชายของแม่ภัทร และมีการพาเข้าไปภายในบ้านตามที่ได้รับแจ้ง ไม่ได้เข้าไปโดยพลการ ส่วนกรณีที่มีการใช้วิธีล็อกและมัดตัวนั้น เขาระบุว่าเป็นการตัดสินใจในขณะเกิดเหตุ เนื่องจากมองว่าแม่ภัทรมีอาการที่ควบคุมได้ยาก

หนุ่ม กรรชัย ตั้งข้อสังเกตเรื่องหลักฐานทางการแพทย์

ด้านหนุ่ม กรรชัย ผู้ดำเนินรายการ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า หากบุคคลหนึ่งไม่ได้มีอาการป่วยตามที่มีการกล่าวอ้าง แต่กลับถูกควบคุมตัว ย่อมมีโอกาสขัดขืนหรือต่อสู้เพื่อปกป้องตัวเองได้

อีกประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุย คือการตรวจสอบประวัติการรักษาหรือเอกสารทางการแพทย์ก่อนเข้าควบคุมตัวบุคคล โดยมองว่าควรมีข้อมูลที่ชัดเจนเพียงพอ ไม่ควรอาศัยเพียงคำบอกเล่าหรือการคาดการณ์ว่าอีกฝ่ายมีอาการป่วย

ประเด็นดังกล่าวจึงนำไปสู่คำถามเกี่ยวกับขั้นตอนการทำงานและขอบเขตอำนาจของผู้ที่เข้าไปช่วยเหลือ รวมถึงความจำเป็นในการตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้านก่อนดำเนินการกับบุคคลที่อาจต้องได้รับการรักษา

กู้ภัยปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องทำร้ายร่างกาย

ระหว่างการชี้แจง นายธีระพงศ์ยืนยันว่า ในวันเกิดเหตุไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดทำร้ายร่างกายแม่ภัทร และปฏิเสธข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการใช้มือปิดปาก โดยให้เหตุผลตามคำชี้แจงของตนว่าเป็นการกระทำที่อาจเสี่ยงต่อการถูกกัดมือ

ส่วนข้อสงสัยเกี่ยวกับการเปลี่ยนรถระหว่างเดินทาง นายธีระพงศ์ยืนยันว่าไม่ได้มีการเปลี่ยนรถตามที่มีการกล่าวถึง แต่เป็นการเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยควบคุมสถานการณ์ในภายหลัง

หลายประเด็นยังต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง

กรณีแม่ภัทรยังมีประเด็นที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม ทั้งเรื่องการประสานงานก่อนนำตัวออกจากบ้าน ความจำเป็นและความเหมาะสมของวิธีควบคุมตัว ตลอดจนการดำเนินการของผู้เกี่ยวข้องในแต่ละช่วงเวลา

คำชี้แจงของนายธีระพงศ์เป็นข้อมูลจากฝ่ายที่อยู่ในเหตุการณ์ ขณะที่แม่ภัทรได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับประสบการณ์ของตนเองในอีกมุมหนึ่ง ดังนั้น ข้อเท็จจริงและความรับผิดของผู้เกี่ยวข้องจึงต้องผ่านการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่และกระบวนการทางกฎหมายอย่างรอบคอบ

หมายเหตุ: เนื้อหานี้สรุปจากคำชี้แจงในรายการโทรทัศน์ ข้อกล่าวหาและคำปฏิเสธที่เกี่ยวข้องยังต้องพิจารณาจากหลักฐานและผลการสอบสวน ไม่ควรถือว่าบุคคลใดมีความผิดจนกว่าจะมีคำวินิจฉัยตามกระบวนการยุติธรรม