วันที่ 26 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับกองบังคับการปราบปราม เปิดปฏิบัติการครั้งใหญ่เข้าตรวจค้นโรงแรมระดับหรูแห่งหนึ่งในพื้นที่ถนนงามวงศ์วาน จังหวัดนนทบุรี หลังจากการสืบสวนพบว่าอาคารดังกล่าวถูกกลุ่มนายทุนชาวต่างชาติใช้เป็นศูนย์กลางดำเนินกิจกรรมผิดกฎหมายหลายรูปแบบ ทั้งการลักลอบเปิดบ่อนพนัน จัดปาร์ตี้ยาเสพติด และให้บริการผิดกฎหมายแก่ลูกค้าชาวจีนเป็นหลัก
ภารกิจครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้ชื่อปฏิบัติการ "Dragon Nest" หลังจากเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวที่น่าสงสัยของโรงแรมแห่งนี้ ซึ่งแม้จะมีชาวต่างชาติเดินทางเข้าออกเป็นจำนวนมาก แต่กลับไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าพัก อีกทั้งยังมีข่าวลือเกี่ยวกับการมั่วสุมและเล่นพนันภายในอาคารอยู่เป็นระยะ
สืบสวนพบระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา
จากการติดตามพฤติกรรมของสถานที่ เจ้าหน้าที่พบว่ามีการวางระบบรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดกว่าปกติ เริ่มตั้งแต่บริเวณลานจอดรถที่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยแจ้งการมาถึงของลูกค้าไปยังบุคลากรภายใน ก่อนนำผู้มาใช้บริการขึ้นลิฟต์ซึ่งต้องใช้คีย์การ์ดเฉพาะ และเดินต่อไปยังพื้นที่ชั้นบนที่บุคคลภายนอกไม่สามารถเข้าถึงได้
นอกจากนี้ บุคลากรส่วนใหญ่ยังเป็นชาวจีนและพักอาศัยอยู่ภายในโรงแรมเดียวกัน ทำให้สามารถจำกัดการเข้าถึงของบุคคลภายนอก และลดโอกาสที่ข้อมูลจะรั่วไหลออกไป
โรงแรมเปิดเต็มตลอด แต่ไม่พบลูกค้าทั่วไป
แม้โรงแรมจะแจ้งว่ามีผู้เข้าพักเต็มทุกวัน แต่จากการตรวจสอบกลับไม่พบลักษณะของนักท่องเที่ยวทั่วไป โดยข้อมูลจากการสืบสวนระบุว่า อาคารทั้งหลังถูกเช่าไว้เพื่อรองรับลูกค้าเฉพาะกลุ่มเท่านั้น
พื้นที่ตั้งแต่ชั้น 2 ถึงชั้น 6 ถูกใช้เป็นห้องพัก ส่วนชั้น 7 และ 8 ถูกดัดแปลงเป็นสถานที่จัดกิจกรรมผิดกฎหมาย ทั้งการเล่นพนันและการจัดปาร์ตี้ยาเสพติด ขณะที่บริเวณลานจอดรถยังพบรถยนต์จำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เชื่อมโยงกับผู้ถือครองชาวจีนในลักษณะนอมินี
เคยถูกตรวจค้นมาแล้วก่อนกลับมาเปิดใหม่
ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ระบุว่า เมื่อปี 2566 โรงแรมแห่งนี้เคยถูกตรวจค้นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และมีการจับกุมนักพนันชาวจีนรวมถึงชาวไทยหลายสิบราย หลังเหตุการณ์ดังกล่าว โรงแรมได้ปิดปรับปรุงอยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนกลับมาเปิดดำเนินกิจการอีกครั้ง พร้อมเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดกว่าเดิม
จากการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่เชื่อว่าขบวนการดังกล่าวมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การรับลูกค้าจากสนามบินด้วยรถตู้ ไปจนถึงการจัดหาที่พัก การพนัน ยาเสพติด และบริการผิดกฎหมายอื่น ๆ ภายในสถานที่เดียว โดยผู้เกี่ยวข้องส่วนใหญ่เป็นชาวจีนทั้งหมด
ระดมกำลังกว่า 100 นายเข้าตรวจค้น
เมื่อได้พยานหลักฐานเพียงพอ ตำรวจสอบสวนกลางร่วมกับกองบังคับการปราบปราม จึงนำกำลังกว่า 100 นาย พร้อมหมายค้นของศาล เข้าปิดล้อมและตรวจค้นโรงแรมทั้งหลัง
ผลการตรวจค้นพบผู้พักอาศัยมากกว่า 40 คน ประกอบด้วยชาวจีน ชาวเมียนมา และชาวไทยใหญ่ พร้อมจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย แบ่งเป็นชายสัญชาติจีน 1 ราย ซึ่งถูกกล่าวหาเกี่ยวกับการจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (เคตามีน) และชาวเมียนมาอีก 3 ราย ในข้อหาเข้าเมืองและพำนักในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต
ยึดของกลางกว่า 200 รายการ
ภายในอาคาร เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางได้มากกว่า 200 รายการ ไม่ว่าจะเป็นเคตามีน แฮปปี้วอเตอร์ อุปกรณ์แบ่งบรรจุยาเสพติด ชิปพนัน ไพ่ ลูกเต๋า แผ่นบาคารา อุปกรณ์ไฮโล เงินสด บัญชีธนาคาร บัตรเอทีเอ็ม โทรศัพท์มือถือ รวมถึงข้อมูลจากระบบกล้องวงจรปิดที่คาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการขยายผล
ผู้ต้องหาให้การเบื้องต้น พร้อมเดินหน้าขยายผล
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาชาวจีนให้การว่า ตนทำงานอยู่ภายในโรงแรมและมีหน้าที่นำยาเสพติดไปส่งให้ลูกค้าตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ส่วนยาเสพติดและเงินสดจำนวน 110,000 บาทที่พบภายในตู้เซฟ เจ้าตัวยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้ครอบครอง
ด้านผู้ต้องหาชาวเมียนมายอมรับว่า เดินทางเข้ามาทำงานก่อสร้างในประเทศไทยโดยไม่มีเอกสารถูกต้องตามกฎหมาย หลังเสร็จสิ้นการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย และขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้องต่อไป