เรื่องการใช้ยาเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะยาบรรเทาอาการปวดที่หลายคนสามารถหาซื้อมาใช้เองได้ เพราะแม้ยาจะช่วยลดอาการปวดได้ แต่การใช้ยาหลายชนิดที่มีฤทธิ์ใกล้เคียงกันพร้อมกัน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงโดยไม่รู้ตัว
ประเด็นนี้ได้รับความสนใจจากคลิปให้ความรู้ของ นพ.วีรพันธ์ สุวรรณนามัย หรือ “หมอวี” ซึ่งได้พูดถึงการตรวจสอบรายการยาของผู้ป่วยสูงอายุรายหนึ่ง และพบว่ามียาหลายประเภทอยู่ในรายการ ทั้งยาสำหรับไมเกรน ยาแก้ปวด รวมถึงยาที่ใช้เกี่ยวกับความเครียดและความวิตกกังวล
พบยาสำคัญ 2 ชนิดที่ไม่ควรใช้ร่วมกันเอง
จากการตรวจสอบยา มีการกล่าวถึงยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) และไดโคลฟีแนค (Diclofenac) ซึ่งทั้งสองชนิดอยู่ในกลุ่มยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ หรือ NSAIDs
แม้ยากลุ่มนี้สามารถใช้บรรเทาอาการปวดและลดการอักเสบได้ แต่การนำยาหลายตัวในกลุ่มเดียวกันมารับประทานร่วมกันโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกร อาจทำให้ได้รับยาในกลุ่มเดียวกันมากเกินความจำเป็น และเพิ่มโอกาสเกิดผลข้างเคียง
ทำไมต้องระวังเรื่องไต?
ยา NSAIDs สามารถส่งผลต่อการทำงานของไตได้ โดยเฉพาะเมื่อใช้ในปริมาณสูง ใช้เป็นเวลานาน หรือใช้ในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงบางอย่างอยู่แล้ว เช่น ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับไต ภาวะขาดน้ำ หรือโรคประจำตัวบางชนิด
เมื่อมีการใช้ยา NSAIDs มากกว่าหนึ่งชนิดพร้อมกัน ความเสี่ยงจากผลข้างเคียงอาจเพิ่มขึ้นโดยไม่ได้หมายความว่าอาการปวดจะหายเร็วขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นจึงไม่ควรเพิ่มหรือผสมยาแก้ปวดด้วยตัวเอง
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่รับประทานยาเหล่านี้จะเกิดภาวะไตวายทันที แต่ความเสี่ยงจะขึ้นอยู่กับชนิดยา ขนาดยา ระยะเวลาที่ใช้ และสุขภาพของแต่ละบุคคล
ใช้ยาแก้ปวดอย่างไรให้ปลอดภัยมากขึ้น?
ก่อนรับประทานยาแก้ปวด ควรตรวจสอบชื่อยาและส่วนประกอบให้ชัดเจน โดยเฉพาะผู้ที่มียาหลายชนิดอยู่แล้ว เพราะยาบางตัวอาจอยู่ในกลุ่มเดียวกัน แม้ชื่อทางการค้าจะแตกต่างกันก็ตาม
- ไม่ควรรับประทานไอบูโพรเฟนและไดโคลฟีแนคร่วมกันเอง
- ไม่ควรเพิ่มขนาดยาเพราะต้องการให้อาการปวดหายเร็วขึ้น
- หากต้องใช้ยาเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
- แจ้งบุคลากรทางการแพทย์เกี่ยวกับยาทุกชนิดที่กำลังรับประทาน
- ผู้ที่มีโรคไตหรือโรคประจำตัวควรได้รับคำแนะนำก่อนใช้ยา NSAIDs
ยิ่งมียาหลายชนิด ยิ่งควรตรวจสอบให้ละเอียด
สำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่ต้องรับประทานยาหลายรายการ การนำยาทั้งหมดไปให้แพทย์หรือเภสัชกรตรวจสอบเป็นระยะถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะอาจช่วยลดปัญหาการใช้ยาซ้ำกลุ่มหรือการเกิดปฏิกิริยาระหว่างยาได้
หากไม่แน่ใจว่ายาที่มีอยู่สามารถรับประทานร่วมกันได้หรือไม่ ไม่ควรตัดสินใจจากชื่อยาหรือประสบการณ์ที่ผ่านมาเพียงอย่างเดียว ควรสอบถามผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้ยาเพิ่มเติม
อย่าคิดว่า “ยิ่งกินมากยิ่งหายปวดเร็ว”
ความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยคือ เมื่ออาการปวดยังไม่ดีขึ้น ผู้ป่วยอาจเลือกเพิ่มยาอีกชนิดหนึ่งโดยไม่ทราบว่ายาที่กำลังจะรับประทานอยู่ในกลุ่มเดียวกับยาตัวแรกหรือไม่
วิธีที่ปลอดภัยกว่าคืออ่านฉลากยา ตรวจสอบสารออกฤทธิ์ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร หากอาการปวดยังคงอยู่หรือเป็นซ้ำบ่อย ๆ ควรหาสาเหตุของอาการแทนการเพิ่มยาเอง
สรุปเรื่องยาไอบูโพรเฟนและไดโคลฟีแนค
ไอบูโพรเฟนและไดโคลฟีแนคต่างเป็นยาในกลุ่ม NSAIDs จึงไม่ควรนำมารับประทานร่วมกันเองเพื่อหวังให้บรรเทาอาการปวดได้มากขึ้น เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียง โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงเกี่ยวกับไต
สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่การกลัวการใช้ยา แต่คือการใช้ยาให้ถูกชนิด ถูกขนาด และเหมาะสมกับสุขภาพของแต่ละคน หากกำลังใช้ยาแก้ปวดหลายชนิดหรือไม่แน่ใจว่ายาที่มีอยู่สามารถใช้ร่วมกันได้หรือไม่ ควรนำรายการยาไปปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
อาการปวดที่ไม่หายไม่ควรแก้ด้วยการเพิ่มยาเอง เพราะการตรวจสอบสาเหตุและเลือกยาอย่างเหมาะสมเป็นวิธีที่ปลอดภัยกว่าในระยะยาว