เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ลงพื้นที่ติดตามและประสานการช่วยเหลือผู้เสียหายซึ่งมีภาวะออทิสติก ในพื้นที่อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ภายหลังมีการเปิดเผยกรณีการถูกล่วงละเมิดทางเพศอย่างต่อเนื่อง
การลงพื้นที่ครั้งนี้มุ่งเน้นการคุ้มครองสิทธิ ความปลอดภัย การดูแลด้านร่างกายและจิตใจ ตลอดจนการช่วยให้ผู้เสียหายและครอบครัวสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างเหมาะสม โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลานสัก ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินการ
ลงพื้นที่ติดตามและคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย
จากข้อมูลที่มีการเผยแพร่ ผู้เสียหายซึ่งใช้ชื่อสมมุติว่า น้องเอ อายุ 21 ปี ได้ลงพื้นที่พร้อมมารดา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดตามข้อมูลและตรวจสอบสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ โดยการดำเนินงานเป็นไปภายใต้การคุ้มครองสิทธิและความปลอดภัยของผู้เสียหาย
ปัจจุบันคดีอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน รวมถึงมีการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์และ DNA เพื่อประกอบการดำเนินคดีตามกระบวนการที่เกี่ยวข้อง
เร่งประสานหน่วยงานดูแลทั้งร่างกายและจิตใจ
ดร.พัชรินทร์ระบุว่า ประเด็นสำคัญคือการทำให้ผู้เสียหายได้รับความยุติธรรมและได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสม พร้อมเตรียมประสานกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านสังคม จิตใจ และความปลอดภัย รวมถึงลดความเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบเพิ่มเติมหรือการกระทำซ้ำ
เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้เสียหายและครอบครัวได้รับสิทธิและความช่วยเหลืออย่างรอบด้าน
อดีตรองนายก อบต. ถูกถอดถอนจากตำแหน่งแล้ว
สำหรับบุคคลที่ถูกกล่าวถึงในคดี ดร.พัชรินทร์เปิดเผยว่า องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำรอบมีคำสั่งที่ 170/2569 ลงวันที่ 19 กันยายน 2569 เรื่องถอดถอนรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลให้พ้นจากตำแหน่ง โดยให้เหตุผลเกี่ยวกับการรักษาความเชื่อมั่นของประชาชน ตลอดจนมาตรฐานด้านคุณธรรมและจริยธรรมของผู้บริหารท้องถิ่น
ทั้งนี้ การถอดถอนออกจากตำแหน่งทางการปกครองท้องถิ่นเป็นอีกส่วนหนึ่งของการดำเนินการด้านตำแหน่ง ขณะที่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีอาญายังคงต้องเป็นไปตามการสอบสวน พยานหลักฐาน และกระบวนการยุติธรรม
ย้ำการดำเนินการต้องยึดหลักฐานและกฎหมาย
ดร.พัชรินทร์ย้ำว่า การดำเนินการในทุกขั้นตอนจะยึดข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และขั้นตอนตามกฎหมายเป็นสำคัญ พร้อมให้ความสำคัญกับสิทธิและความปลอดภัยของผู้เสียหายควบคู่ไปกับการรักษาความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย
เจ้าหน้าที่จึงยังคงประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมข้อมูลและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ โดยไม่ก้าวล่วงกระบวนการสอบสวนหรือการพิจารณาคดีของหน่วยงานที่มีอำนาจ
ครอบครัวขอบคุณทุกหน่วยงานที่เข้าช่วยเหลือ
ด้าน นางบังอร มารดาของผู้เสียหาย กล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลือครอบครัว ทั้งในด้านการคุ้มครองสิทธิ การดูแลสภาพร่างกายและจิตใจ และการผลักดันให้คดีเข้าสู่กระบวนการที่เหมาะสม
สำหรับครอบครัว การได้รับการประสานงานจากหลายหน่วยงานถือเป็นความช่วยเหลือสำคัญในช่วงเวลาที่ต้องรับมือกับผลกระทบจากเหตุการณ์และกระบวนการทางกฎหมาย
เดินหน้าป้องกันการกระทำซ้ำ
หน่วยงานที่ลงพื้นที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันไม่ให้ผู้เสียหายต้องเผชิญกับผลกระทบเพิ่มเติม รวมถึงการประสานหน่วยงานด้านสังคมและการคุ้มครองสิทธิ เพื่อให้เกิดการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน การดำเนินคดีจะต้องอาศัยพยานหลักฐานและการตรวจสอบตามขั้นตอน เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏและทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรมตามกฎหมาย
เหตุการณ์ดังกล่าวจึงอยู่ในความสนใจของสังคม โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าจะติดตามการช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด พร้อมประสานงานในทุกด้าน เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับการคุ้มครองและเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างเหมาะสม
หมายเหตุ: ข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ยังอยู่ในกระบวนการสอบสวนและการพิสูจน์ข้อเท็จจริง บทความนี้ไม่ควรตีความว่าเป็นการยืนยันความผิดของผู้ถูกกล่าวหา ทั้งนี้ การดำเนินคดีและผลทางกฎหมายต้องเป็นไปตามพยานหลักฐานและกระบวนการยุติธรรม